logo
พฤ, Aug 17, 2017

โรคพาร์กินสัน

           โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease, PD) เป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาท (Neurodegenerative Disorders) ที่พบได้บ่อยรองลงมาจากโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ โดยชื่อของโรคได้มาจากนายแพทย์เจมส์ พาร์กินสัน ชาวอังกฤษซึ่งพูดถึงโรคนี้เป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1817 ในบทความที่ชื่อว่า Shaking Palsy

           โรค พาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมตายของเซลล์ใน สมองส่วนที่เรียกว่า Basel Ganglia (ที่รวมถึง Caudate putamen, Globus pallidus interna, Globus pallidus externa, Subthalamic necleus และ Substantia Nigra) ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่เกิดผลทำให้สารเคมีในสมองที่มีความสำคัญในการควบคุมความเคลื่อนไหว ของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า “โดปามีน (Dopamine)” ลดลง

 

 ส่งผลให้เกิดการทำงานที่ไม่สมดุลในส่วนของ Direct และ Indirect pathway ใน Basal ganglia ทำให้เกิดอาการสั่นและเคลื่อนไหวช้าโดยอาการส่วนใหญ่จะแสดงออกให้เห็นชัด เมื่อจำนวนเซลล์ (Dopaminergic cells) ในส่วนของ SNc ลดน้อยลงไปอย่างน้อยร้อยละ 60 จากปกติ

โรคพาร์กินสันสามารถเกิดขึ้นได้ในทั้งผู้ชาย และผู้หญิงในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน หรือมากกว่าเล็กน้อยในผู้ป่วยชาย อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยพาร์กินสันจะอยู่ที่ประมาณ 55-60 ปี และผู้ป่วยส่วนมากจะมีอายุมากกว่า 50 ปี ส่วนผู้ป่วยที่อายุน้อย หรือที่เรียกว่า Young-onset Parkinson’s disease (YOPD) คือกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีพยาธิสภาพเช่นเดียวกับผู้ป่วยพาร์กินสันอายุมาก แต่จะมีการดำเนินของโรคที่แตกต่างออกไป

อาการของโรคพาร์กินสัน

 

  1. อาการสั่น (Tremor) เป็นอาการเด่นที่พบบ่อยสุด คือ มักจะเริ่มเห็นที่มือ โดยจะเป็นที่ข้างใดข้างหนึ่งก่อน และเกิดขณะที่อยู่เฉยๆ อาการสั่นจะลดลงเมื่อใช้มือนั้นทำงาน
  2. อาการแข็งเกร็ง (Rigidity) มักจะเกิดที่แขนหรือขาข้างเดียวกันกับที่มีอาการสั่นทำให้เกิดความลำบากต่อ ผู้ป่วยมากที่สุด ทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าลงนอกจากนี้ตัวหนังสือที่ผู้ป่วยเขียนจะเริ่มมีการ เปลี่ยนแปลงโดยจะตัวหนังสือจะเล็กลงและชิดติดกัน
  3. อาการเคลื่อนไหวช้า (Bradykinesia) และ เคลื่อนไหวน้อยน้อย (Hypokinesia) และต้องใช้ระยะเวลานานในการเริ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย
  4. อาการทรงตัวไม่สม่ำเสมอ (Postural instability) การเดินของผู้ป่วยมักจะเดินซอยเท้าถี่และเล็ก ในลักษณะโน้มตัวไปข้างหน้า และเดินไม่แกว่งแขน
 

 

นอกจากนี้ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันว่าอาการ ของโรคพาร์กินสันยังรวมไปถึงอาการที่นอกเหนือจากอาการเด่นในการเคลื่อนไหว ที่ช้า (Non-motor manifestations) ดังเช่น อาการหลงลืม ซึมเศร้า ท้องผูก รวมไปถึงอาการเสื่อมสมรรถนะทางเพศ

ซึ่งสารเคมีหรือสารพิษหลายตัวสามารถทำให้ ผู้ป่วยหรือสัตว์ทดลองมีอาการของพาร์กินโซนิซึมได้ เช่น MPTP, Paraquat, Organochlorines และ Rotenone ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมของยากำจัดศัตรูพืช และพิษจากแมงกานีส เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้เกิดอาการพาร์กินโซนิซึมได้ ซึ่งอาจจะแยกแยะได้ยากจากผู้ป่วยพาร์กินสันทั่วไป

 

Contact Us

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ 
ถนน พระรามที่ 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 02-256-4000 ต่อ 70702-3 
โทรสาร 02 256 4000 ต่อ 70704
อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เว็บไซด์ www.chulapd.org
.. user icon16 Adminpadlock close Login..

Newsletter

สมาชิก Login รับข้อมูลข่าวสาร จากศูนย์รักษาโรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ รพ.จุฬาลงกรณ์

Visitors Counter

439817
TodayToday183
YesterdayYesterday1088
This_WeekThis_Week4296
This_MonthThis_Month12407
All_DaysAll_Days439817